ETC

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Learning Log Week 6


สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันที่ 21 ธันวา คือวันกำหนดส่งproject webQuest 70% ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาทำให้เข้าใจและเรียนรู้การทำงานของ โปรแกรม Dreamweaver เพิ่มมากขึ้น และได้รับคำแนะนำการปรับปรุงแก้ไขเว็ปใซด์ของตน ทำให้สามารถกำหนดและจัดทำในรูปแบบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังจะได้เห็นเทคนิคของเพื่อนๆกลุ่มอื่นทำให้มีความคิดและเห็นสิ่งที่แปลกใหม่ ซึ่งคิดว่าน่าจะเหมาะสมกับเว็ปของตน



สิ่งที่จะค้นคว้าเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า

การจัดทำเว็ปที่สมบูรณ์ตรงตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ การแก้ไข และการศึกษาโปรแกรมอื่นๆเพิ่มเติมเช่น swiffmap เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับเวปไซด์มากยิ่งขึ้น


ข้อคิดเห็น

การเรียนในวันนี้ ทำให้ได้เห็นแนวทางในการออกแบบเว็ปไซต์ของเพื่อนๆซึ่งเป็นแรงผลักดันให้นำมาปรับปรุงแก้ไขงานของตนเองให้มีความสมบูรณ์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 5

สิ่งที่ได้เรียนรู้

- กำหนดวันส่ง draff 70 %+ วันสอบ Midterm :(
- โปรแกรม Adobe Image Ready CS2 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เราสามารเพื่อการเคลื่อนไหวต่างๆในหน้าเวปไซต์ได้ และทำได้ไม่ยาก



-------------------------------------------------------------------------------

โปรแกรม Dream waver



----> 1. ตั้งค่าไซต์ ทำให้ไฟล์ที่สร้างอยู่ในที่เดียว และทำการเชื่อมโยกับไฟล์ต่าๆ
----> 2. การตั้งค่าภาษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำเพราะจะทำให้การแสดงภาษาหน้าเว็ปไซต์สมบูรณ์ และการตั้งค่านี้จะแก้ไขไม่ได้อีกจึงควรเลือกเปน
Unicode (UTF-8)
----> 3. การตั้งค่าเว็บเพจเบื้องต้น เป็นการปรับตั้งค่ามาตรฐานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นสีตัวอักษร สีพื้นหลัง การใส่ภาพ
----> 4. การสร้างตาราง เพื่อแบ่งข้อความกับข้อความ หรือข้อความกับภาพ เพื่อการจัดวางองค์ปะกอบที่สวยงาม
----> 5. การใช้ตารางช่วยจัดองค์ประกอบของเว็บเพจ เป็นการนำรูปภาพเข้ามาใส่ในตารางเพื่อให้ดูเป็นระเบียบ แลพการเติมสีให้กับตาราง
----> 6. การสร้าง Template เพื่อให้ได้หน้าเว็บไซต์ทุกหน้าเหมือนกัน และแก้ไขปัญหาความยุ่งยากในการแก้ไข
----> 7. ตัวอย่างเทคนิคการสร้าง Rollover Button เพื่อให้สามารถสร้างปุ่มที่สามารถคลิ๊กลิงค์ไปยังหน้าอื่นและเปลี่ยนสีเมื่อถูกเมาท์คลิ๊ก
----> 8. การสร้างลิงค์ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงไปยังหน้าอื่นๆในเว็ปไซต์ได้

---------------------------------------------------------------------------------------------

Web Add-ons



เพื่อให้หน้าเว็บไซต์ดูมีลูกเล่นมากขึ้น โดยจะใส่ในส่วนของ code ในส่วนระหว่าง Header การทำงานในส่วนนี้จะช่วยให้รูปภาพต่างๆ สามารถเคลื่อนไหวได้ เช่น ตัวอย่างการแทรก Javascript



สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า
การใช้งาน Dream weaver การเพิ่ม Web Add-ons และ 70 % ของงานกลุ่ม

ข้อคิดเห็นอื่นๆ
การเรียนในวันนี้บทเรียนค่อนข้างยากอาจเป็นเพราะว่าเป็นเรื่องใหม่ และทำให้การเรียนไม่ค่อยทันในช่วงแรก แต่เมื่ออาจารย์ได้ทบทวนอีกครั้งทำให้เข้าใจบทเรียนเพิ่มมากขึ้น และจะนำไปพัฒนาต่อไปค่ะ

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 4



สิ่งที่ได้เรียนรู้

การออกแบบ WebQuest

ในวันนี้ได้ดูการพรีเซนต์งานหน้าห้องของเพื่อนๆทุกคนทำให้เห็นว่า การออกแบบ web Quest และพอจะสรุปอย่างคร่าวๆได้ดังนี้
การออกแบบที่ดี
1. ควรจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ
2. แม้จะเป็นแบบร่างควรให้มีความละเอียดในด้านของกิจกรมและเนื้อหา
3. การเลือกใช้โทนสีควรคำนึงถึงองค์กร และความสัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง
4. การออกแบบควรมีรูปแบบทันสมัย เพื่อให้ดูดึงดูด และที่สำคัญควรมีรูปแบบแปลกใหม่
5. ควรมี feedback และผลป้อนกลับให้ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและอยากเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างถูกทางและถูกต้อง

การออกแบบที่ควรหลีกเลี่ยง
1. เนื้อหากิจกรรมหรือภาระงานมีรูปแบบเดิมๆเช่น Blackboard
2. การเลือกใช้โทนสีที่ไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา
3. การใส่เนื้อหาหรือหน้าบทเรียนให้นักเรียนโดยตรง

Slice



Slice การแบ่งภาพให้เป็นชิ้นๆเพื่อสร้างให้เป็นลิงค์สามารถเชื่อมโยงไปหน้าอื่นได้ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีมากสามารถสร้างได้จากโปรแกรม Photoshop


สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า



งานคู่และการออกแบบเว็บที่สมบูรณ์ ศึกษาเรื่องการออกแบบเว็ปเบื้องต้น


ข้อคิดเห็นอื่นๆ

การเรียนในวันนี้เป็นการเรียนที่ให้นักเรียนได้ฝึกการแสดงความคิดเห็น ทำให้ได้รับฟังความคิดเห็นและมุมมองใหม่ๆ และเป็นการเรียนที่ไม่หนักจนเกินไป ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 3

สิ่งที่ได้เรียนรู้

ADDIE’S Model



-------- Analyze = การวิเคราะห์
- Goal วัตถุประสงค์ของบทเรียน
- Audience กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร
- Environment สภาพแวดล้ม บริบทต่างๆ

....................................................................................

---------Design = การออกแบบ
- site structure โครงสร้างของ Weppage
- storyboard การร่างเนื้อหาที่จะใส่ทั้งหมด และสื่ออื่นๆที่จะใช้
- Interface Design

.......................Rapid Prototyping การร่างต้นแบบ.............

---------Develop การพัฒนา
- Tools software
- Team ทีมในการออกแบบทั้งภาพ เสียง วีดีโอ
.................................................................................................

---------Implement การนำไปใช้
- Pilots นำไปทดลองใช้ กับกลุ่มเป้าหมาย ผู้สอนผู้เชี่ยวชาญ และนำ feedback มาปรับปรุง
- Rollout plan วางแผนการใช้จริง

ซึ่งในขั้นตอนนี้รวมถึงเป็นการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อการนำไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์
...............................................................................................

---------Evaluation การประเมิน
- Smes ด้านเนื้อหาและด้านเว็บ

- Audience คือ กลุ่มเป้าหมาย

การประเมินคุณภาพของชิ้นงานสามารถทำได้ ทั้งระหว่างและเมื่อนำสื่อไปใช้แล้วเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป


________________________________________________


Gagne












มี 9 ขั้นตอน ซึ่งแบ่งออกเป็นขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป โดย

ขั้นนำ

1. Gain attention
เรียกความสนใจจากผู้เรียนโดยอาจใช้ภาพ สี เสียง animation วิดีโอ

2. Inform learners Objectives
บอกวัตถุประสงค์แก่ผู้เรียน และขั้นตอนกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ Homepage หรือ Announcement

3. Stimulate recall of prior learning
กระตุ้นความรู้เดิม อาจทำการ Pretest ผ่านCommunication tools
- แบบประสานเวลา เช่น Chatroom ,Video conference
-แบบไม่ประสานเวลา เช่น discussion board
............................................................................................

ขั้นสอน

4. Present the content
การนำเสนอเนื้อหา ในรูปแบบ PPT , PDF, E-book,Flash,Video Clip,CAI

5. Provide learning guidance
การให้คำแนะนำแก่ผู้เรียน Post คำถามในหน้า Helps แบบ real timeและ non-real time

6. Elicit performance
การตรวจสอบพฤติกรรมผู้เรียน

7. Provide feedback
ให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน ผ่านทาง Communication tools
..........................................................................................

ขั้นสรุป

8. Assess performance
การประเมินผล โดยการใช้ rubric ประเมินผลตามสภาพจริง

9. Enhance retention and transfer to the job
การเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้กับชีวิตจริงและงานอื่นๆได้ และทำให้ผู้เรียนเห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
_______________________________________


การออกแบบ WBI

เนื้อหา
1. กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน
2. การใช้สี ข้อความ ภาพให้เหมาะกับผู้เรียน
3. การใช้หัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย
4. หลีกเลี่ยงศัพท์ที่ยาก
5. การใช้สื่อประสมต่างๆ
6. การใช้ตาราง ทำให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากขึ้น


กิจกรรม
แบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ
1. แบบประสานเวลา (Synchronous)

2. แบบไม่ประสานเวลา(Asynchronous)
3. กิจกรรมแบบร่วมมือ (Collaborative) เป็นการเรียนการสอนแบบผสมระหว่าง synchronous และ asynchronous

_____________________________________

Site structure

การเขียน Site Structure คือการ Design หน้า webpage เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ แบ่งเป็น
1. การกำหนดโครงสร้างเว็บไซต์ (Site Structure) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเว็บ

มีการออกแบบอยู่ 2 แบบ คือ
1.1 จัดตามกลุ่มเนื้อหา

1.2 จัดตามกลุ่มผู้ชมความสนใจ
การออกแบบดังกล่าวทำให้รู้โครงร่างสะดวกแก่ผู้เยี่ยมชม
2. การออกแบบโดยคำนึงถึงโครงสร้างเนื้อหาแบ่งออกเป็น
2.1. Sequence แบบเรียงลำดับไปทีละหน้า เหมาะกับจำนวนเว็บเพจไม่มากนัก
















2.2. Hierarchy เหมาะกับจำนวนเว็บเพจมาก พบทั่วไป นิยมใช้มาก


2.3. Combination เป็นการผสมข้อดีของ 2 แบบข้างต้นเข้าด้วยกัน เหมาะกับเว็บไซต์ที่ซับซ้อน




_______________________________________

Page design การออกแบบหน้าเว็บเพจ

Webpage ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 อย่างคือ
1. Page header ส่วนบนสุดของเว็บ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนแรกที่ผู้ชมมอง
นิยมใส่ชื่อเว็บ หรือผู้ให้การสนับสนุน
2. Navigation Bar ส่วนที่ใช้เชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆของเว็บไซต์
3. Page Body ส่วนที่ใช้สำหรับใส่เนื้อหาหลักของเว็บไซต์ อาจมีตัวนำทางย่อยๆ เพื่อเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
4. Page Footer นิยมใส่ชื่อหน่วยงาน ผู้ทำเว็บไซต์ ผู้ให้การสนับสนุน แผนผังเว็บไซต์แบบ text link
.................................................................................

หลักการออกแบบหน้าเว็บเพจ มีหลักการ ดังนี้
1. Simplicity ความเรียบง่าย :เสนอแต่องค์ประกอบหลักในรูป สีสัน ตัวอักษร ภาพเคลื่อนไหว ให้พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป เช่นเว็ปไซต์ของ apple ,adobe
2. Consistency ความสม่ำเสมอ : ใช้รูปแบบเดียวกันในเว็บไซต์ ใช้ theam เดียวกัน
3. การใช้สีแบ่งเป็น
3.1 Warm tone color สีโทนร้อน : ทำให้ดูมีชีวิตชีวา ความสุข
3.2 Cool tone color สีโทนเย็น : ความสุภาพ อ่อนโยน นิยมใช้กันมากสุด เพราะสามารถโน้มน้าวในระยะไกล
3.3 Neutral tone color สีโทนกลาง : สีขาว ดำ เทา น้ำตาล โดยจะนำไปผสมกับสีโทนอื่นเพื่อสร้างจุดเด่นความน่าสนใจ
.........................................................................................
Navigation ระบบนำทาง
ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ
1.เครื่องนำทาง
2. เมนูเฉพาะกลุ่ม
และอาจมีเครื่องมือเสริมอื่นๆ ช่องค้นหา
...............................................................................
เทคนิค Text and Button
- Drop down List
- Dynamic drop down Menu
- On Mouse over
__________________________________

สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า

ไฟล์งานโครงสร้างและรูปแบบที่จะผลิต

และหลักการออกแบบ การใช้สี

ข้อคิดเห็นอื่นๆ

การเรียนในวันนี้คิดว่ามีเนื้อหาหนักมาก และเยอะเกินไป ทำให้ผู้เรียนเกิดความท้อและเบื่อหน่ายในบางช่วง แต่ก็สามารถครอบคลุมเนื้อหาที่สอคล้องกันทำให้เข้าใจเนื้อหาในบทเรียนได้อย่างละเอียด และมีการเชื่อมโยงไปสู่การเรียนในครั้งถัดไป
และสำหรับความคิดเห็นการทำงาน คิดว่าน่าจะทำเป็นกลุ่มมากกว่า เพราะจะได้ช่วยกันออกความคิดเห็นและระดมความคิดและช่วยกันออกแบบ อาจทำเป็นงานคู่เพื่อจะได้ช่วยกันออกความคิดเห็นค่ะ เพราะคิดว่าถ้าเป็นงานเดี่ยวพวกลูกเล่นกราฟฟิกต่างๆอาจทำได้น้อยเนื่องจากเวลาในการทำค่อนข้างจำกัด ผลงานที่ได้อาจไม่ค่อยสมบูรณ์

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 2




สิ่งที่ได้เรียนรู้

- ทบทวนบทเรียนครั้งที่แล้ว

- Web Quest รูปแบบ การเกิด Web Quest

- องค์ประกอบของ Web Quest




1. การนำเข้าสู่บทเรียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดทำให้เรียนเกิดความท้าทายอยากเรียนรู้ กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน จะไม่ใช่ส่วนที่กำหนดเนื้อหาโดยตรงแต่จะมีแหล่งข้อมูลที่ผู้สร้างเตรียมมาให้เพื่อจะได้เป็นการคัดเลือกข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
2. ภาระงาน เป็นส่วนที่บอกผลลัพธ์ที่นักเรียนต้องทำ
3. กระบวนการ ในขั้นตอนนี้อาจมีการนำ Web 2.0 เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มลูกเล่นและความน่าสนใจ โดยจะบอกถึงขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน นิยมเขียนเป็นข้อ
4. การประเมินผล จะเป็นส่วนที่แสดงเกณฑ์การตัดสินผลงานแบบ Rubric

5. สรุป เป็นส่วนที่สรุปความสำคัญของเนื้อหาและกิจกรรม อาจเป็นการทิ้งคำถามแหรือแนะนำข้อมูลอื่นเพื่อให้ผู้เรียนนำไปต่อยอดองค์ความรู้
6. แหล่งอ้างอิง เป็นลิงค์ของเวปไซด์ที่ใช้ในการศึกษา หรือรูปภาพที่นำมาประกอบเพลงหรือวีดีโอ โดยจะอ้างอิงตามภาระงานหรือกระบวนการที่ใช้ในการศึกษา
7. ส่วนของครูผู้สอน อาจมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถือเป็นส่วนที่สำคัญป็นเสมือนคู่มือในการนำ Web Quest ไปใช้งานต่อไป

- ข้อดีของ Web Quest
1. ป็นโครงสร้างแบ่งอย่างชัดเจน
2. ข้อมูลที่ใช้ศึกษาทันสมัย
3. ประเมินตามสภาพความจริง
4.เป็นคำถามหรือกิจกรรมปลายเปิด เพื่อการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบสืบสอบ
5.เกิดความเชี่ยวชาญ
6. พัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม
7. ได้เห็นแนวคิด และตระหนักถึงความรู้ของตน

- ตัวอย่างของ Web Quest
ในรายวิชาต่างๆทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

- Web 2.0 tools กลุ่มเครื่องมือ
1. Web application tools - เครื่องมือสนับสนุนการทำงานบนเว็บ
> Blog
> Social Bookmarking
> RSS Feed
> Widgets
> Mashup
2. Communication tools - เครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร
> Chat/Shoutbox
> Instant Messenging
> Skype
> Podcast

> Audiographics
3. Community tools - เครื่องมือส่งเสริมการเป็นชุมชนออนไลน์
> Webboard
> Wiki

> Social Networking
> Second Life
4. File sharing tools - File sharing tools - เครื่องมือที่ช่วยในการแบ่งปันข้อมูล

> Photo sharing
> Video sharing
> Music sharing
> Document sharing
> File Sharing

สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า

ดูตัวอย่างและรูปแบบการออกแบบ Web Quest ที่น่าสนใจ และศึกษา เรื่อง web 2.0
ร่างรูปแบบของ Web Quest

ข้อคิดเห็นอื่นๆ


การเรียนในวันนี้เป็นการเรียนที่ให้ผ้เรียนได้ศึกษาความรู้ด้วยตนเอง และผู้สอนจะคอยช่วยสรุปชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้ไม่น่าเบื่อและเข้าใจบทเรียนได้มากขึ้น และการศึกษาตัวอย่างของ Web Quest ทั้งของตนและเพื่อนทำให้ได้เห็นรูปแบบที่แปลกใหม่ น่าสนใจ และสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไข



--------------------------------------------------------------------------------------------


การจะพัฒนาบทเรียน WebQuest

ชื่อเรื่อง : "วัฏจักรน้ำ" -- Water cycle --


ANALYSE

  • กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาและผู้ที่สนใจ
  • วัตถุประสงค์ของบทเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้ถึงการเกิดและการหมุนเวียนของน้ำบนโลก และฝึกให้นักเรียนรู้จักการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจด้วยตนเอง

DESIGN

  • การนำเข้าสู้บทเรียน จะเริ่มด้วยการสร้างสถานการณ์จำลองโดยเล่าเรื่องราวที่เป็นเหตุให้ผู้เรียนต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องวัฏจักรของน้ำและมีขุมทรัพย์ทองคำเป็นสิ่งดึงดูดท้าทายให้นักเรียนศึกษาข้อมูลดังกล่าว ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและเป็นการเสริมแรง
  • ภาระงาน ให้ผู้เรียนสวมบทบาทสมมติเป็นตัวละครในเรื่องและตอบคำถามตามข้อที่ได้ ในใบงานให้ถูกต้องตามข้อเป็นลำดับ
  • กระบวนการ เป็นไปในรูปแบบการตอบคำถามและเดินตามช่องที่กำหนดให้เพื่อนำไปสู่การค้นหารหัสลับขุมสมบัติ โดยผู้เรียนทุกคน Print แผ่นใบงานที่ให้และตอบคำถามให้ครบทุกข้อ โดยจะต้องเดินตามช่องตัวเลขที่กำหนดเมื่อตอบคำถามข้อนั้นถูกหรือผิด เมื่อผู้เรียนตอบคำถามทุกข้อได้ถูกต้องเป็นอันว่ายุติเกมส์และได้รับขุมทรัพย์ทองคำไป
  • การประเมินผล ใช้เกณฑ์การประเมินผลแบบ Rubric โดยดูจากคำถามที่ตอบถูกในแต่ละข้อ
  • สรุป บอกถึงสิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับเมื่อศึกษาจบและกระตุ้นให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนต่อไป
  • แหล่งอ้างอิง ข้อมูลสารสนเทศบน INTERNET การเชื่อมโยงที่ผู้เรียนสามารถไปศึกษาด้วยตนเองได้
  • ส่วนของครูผู้สอน บอกถึงขั้นตอนวิธีการใช้บทเรียนอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 01



สิ่งที่ได้เรียนรู้

- Future of Internet
Anywhere Anytime U can use internet ความก้าวหน้าของอินเตอร์เนทในโลกที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมนุษย์มากขึ้น และมีบทบาทอย่างมาก

- วิวัฒนาการของการศึกษาทางไกล
เริ่มจากการเรียนโดยการส่งจดหมายใช้ไปรษณีย์เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นการเรียนที่ผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้เห็นหน้ากัน การเรียนการสอนจึงยากลำบากและใช้เวลานาน หลังจากนั้นก็มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่ทำให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษามากยิ่งขึ้น และมีการพัฒนาการสื่อสารจนกระทั่งสามารถส่งสัญญาณไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดได้ และพัฒนามาสู่การเรียนรู้บนอินเตอร์เนท และทางสื่อหลากหลายประเภททำให้ผู้เรียนมีทางเลือกที่หลากหลาย และมีทักษะในการใช้งานโปรแกรมต่างๆมากขึ้น

- องค์ประกอบของ WBI
1. เนื้อหาของบทเรียน เป็นส่วนสำคัญสุด
2. ระบบบริหารการเรียน
3. การติดต่อสื่อสาร
4. การวัดผลการเรียน

- ความแตกต่างของ CAI และ WBI
ที่เด่นชัดคือการเรียนรู้ผ่าน CAI จะเป็นการเรียนที่เน้นผู้เรียนเพียงคนเดียว ไม่มีการโต้ตอบกับผู้สอนซึ่งจะทำให้ผู้สอนไม่ทราบว่าผู้เรียนไม่เข้าใจเนื้อหาตรงส่วนใด แต่ถ้าเป็นการเรียนแบบ WBI จะเป็นการเรียนผ่านอินเตอร์เนทโดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถติดต่อกันบนเครือข่ายอินเตอร์เนทได้ และสามารถเรียนจากที่ใดก็ได้เพียงแค่มีอินนเตอร์เนท และผู้สอนอาจนำเอาสื่อการสอน หรือตัวอย่างมาจากข้อมูลหรือทรัพยากรบนอินเตอร์เนทมาเสริมการเรียนเพื่อทำให้เข้าใจเนื้อหาและเพิ่มความน่าสนใจของบทเรียนได้

- พัฒนาการของ WBI

จากแต่เดิมการสร้างเวปแต่ละเวปผู้สร้างจะต้องรู้จักภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและสามารถเรียนรู้ได้ แต่ผู้สร้างจะยังไม่เห็นหน้าเวปที่แท้จริงจนกว่าจะสร้างเสร็จ จนปัจจุบันได้มีการพัฒนา โปรแกรมสร้างเวปที่สามารถเห็นหน้าเวปได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องรอให้สร้างเสร็จทำให้สร้างได้ง่าย และใช้กันอย่างแพร่หลาย

- แนวทางในการนำ WEB Quest ไปใช้ในการเรียนการสอน
จะใช้โดยอาจสร้างลิงค์ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังแหล่งข้อมูลที่มีรูปแบบหลากหลายบนอินเตอร์เนทเช่นการดูบทเรียนผ่านทาง Youtube , Google เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ในรูปแบบที่หลากหลายโดยจะมีใบงานกิจกรรมความรู้ให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์


สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WBI, WEBQUEST


ข้อคิดเห็นอื่นๆ


การเรียนในวันนี้เป็นการเรียนแบบใช้สื่อเป็นส่วนใหญ่ และผู้เรียนสามารถทบทวนความรู้ได้ด้วยตนเอง
ทำให้เข้าใจเนื้อหาของบทเรียนมากยิ่งขึ้นค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552